20 มีนาคม 2553

โนรุส มรดกแห่งศาสนาบูชาไฟ

โนรุส หรือวันขึ้นปีใหม่ของอิหร่าน จะตรงกับวันที่ 20 มีนาคมนี้ โดยยึดถือวสันตวิษุวัติเป็นหลักในการนับวันปีใหม่ ประเพณีการฉลองวันขึ้นปีใหม่ มีมาตั้งแต่สมัยที่ชาวเปอร์เซียเริ่มนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ (บูชาไฟ) เมื่อราวสามพันปีก่อน ถึงแม้ว่าศาสนาอิสลามจะได้แผ่ขยายเข้าไปในเปอร์เซีย ชาวอิหร่านก็ยังไม่ได้ละทิ้งประเพณีการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ แม้ว่าพวกเขาจะเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามมาเป็นเวลานานเกือบ 14 ศตวรรษก็ตาม

การเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย เริ่มต้นด้วยการกระโดดข้ามไฟ เรียกว่าพิธีซูรี ในตอนเย็นของวันอังคาร ก่อนที่วันปีใหม่จะมาถึง โดยมีความเชื่องมงายว่า จะทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์สะอาด นอกจากนี้ยังจัดโต๊ะ ซึ่งเหมือนโต๊ะบูชา โดยมีข้าวของ 7 อย่างที่มีชื่อเริ่มต้นด้วยตัวอักษร ซีน (ซ) โดยมีความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคล และตั้งคัมภีร์หนึ่งเล่ม อาจจะเป็นอัลกุรอาน หรือคัมภีร์อื่น ๆ ตามที่ตนนับถือ
นอกจากนี้ยังมีการตั้งกระจก และเอาเทียนตั้งหน้ากระจกให้แสงสะท้อน ซึ่งก็มีเค้ามาจากการบูชาไฟของพวกโซโรอัสเตอร์

หลังจากนั้นอีก 13 วัน ก็จะมีการเฉลิมฉลองวันที่ 13 อีกครั้ง โดยจะพากันออกไปปิกนิกในสวนสาธารณะ หรือในป่าเขาลำเนาไพร และจะเน้นความรื่นเริง และเล่าเรื่องตลก ซึ่งยังรวมถึงการโกหกหลอกเพื่อนฝูง เหมือนกับประเพณีของฝรั่งในวันที่ 1 เมษายน

ประเพณีการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ขัดกับหลักชะรีอะหฺของอิสลามอย่างรุนแรง ถึงกระนั้นก็ตามบรรดาอุละมาอ์ของชีอะหฺกลับไม่มีใครต่อต้าน และรณรงค์เพื่อยกเลิก นอกจากนี้ยังมีการกำหนดบทบัญญัติให้ถือศีลอด ให้อาบน้ำ และอ่านดุอาอ์โดยเฉพาะ โดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าอิมามชีอะหฺบางคนเคยทำ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการพยายามให้ประเพณีของเปอร์เซียสอดคล้องกับอิสลาม ซึ่งหากไตร่ตรองให้ชัดก็จะเห็นว่า เป็นการอุตริขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

หมายเหตุ

วิษุวัต (equinox) เป็นคำศัพท์ทางดาราศาสตร์ หมายถึงช่วงในขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตรงได้ฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี ซึ่งจะเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้ง หรือในหนึ่งรอบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ แกนของโลกจะเอนกลับไปมาได้ฉากกับตำแหน่งดวงอาทิตย์ เหตุการณ์นี้เรียกอีกอย่างว่า "วันราตรีเสมอภาค" หมายถึงเวลาตอนกลางคืนเท่ากับเวลากลางวันพอดี

ใน 1 ปีมี 2 วิษุวัต คือ ศารทวิษุวัต (Autumnal equinox) เกิดในวันที่ 22 หรือ 23 กันยายนของทุกปี ซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ร่วง (ภาษาอังกฤษ: autumn) ในเขตซีกโลกเหนือ และ วสันตวิษุวัต เกิดในวันที่ 20 หรือ 21 มีนาคมซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกเหนือ (ภาษาอังกฤษ: spring) จึงเรียกว่า (Vernal equinox) ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิฐินอิหร่าน

13 มีนาคม 2553

ถุงเท้าที่ใส่ครั้งเดียว

นั่งคิดว่า เออใช่ ถุงเท้าคู่่นี้ที่ซื้อมาจากดูไบ แม้ว่ามันจะทำมาจากใยไม้ไผ่ เป็นถุงเท้าราคาแพง แต่ซื้อจากร้านขายของถูกในดูไบ ใช้มันครั้งเดียวเมื่อวาน วันนี้มันก็หายไป และก็ไม่มีอารมณ์จะไปตามหามัน

นั่งคิดว่า เออใช่ ใช้มันครั้งเดียวเมื่อออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ พากระเป๋าใบเดียว ขึ้นรถมาโรงพยาบาล เพื่อบอกหมอว่าเรามีปัญหากับไส้ติ่ง ให้หมอช่วยพิจารณาตามความเหมาะสม

หมอตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะแล้ว ก็ตัดสินว่าเป็นโรคไส้ติ่งจริง เพราะนี่ก็เจ็บมาเป็นวันที่สามแล้ว วันที่สี่ไส้ติ่งก็คงจะแตก หมอส่งไปห้องคนไข้ เพื่อตรวจโรคต่อไป

ในห้องมีคนไข้คนหนึ่ง ที่มีอายุราว 95 ที่เราไม่อยากมองดูหน้าแกอีกต่อไป เพราะเห็นแกแล้ว นึกว่าศพจากหลุมฝังศพที่กำลังผงก ๆ เคลื่อนไหวได้ อัลลอฮฺ การมีชีวิตที่ยืนยาวมันเป็นอย่างนี้เหรอ

หมอให้อดอาหาร 6 ชม. เพื่อเตรียมตัวผ่าตัด พอเวลามาถึงจะสั่งเสียอะไรก็ไม่ทัน ไม่รู้ไปครั้งนี้่จะกลับมาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่าอิซรออีล ทตแห่งความตายกำลังรออยู่อีกฝั่งก็ไม่รู้

เขาให้เราอาบน้ำให้สะอาด หมอไม่รู้กี่คน มาถามคำถามเดียวกัน แม้กระทั่งหมอที่จะผ่าตัดทั้งสองคน ก็มาถามคำถาม และแม้แต่หมอที่จะวางยาสลบ

อาบน้ำเสร็จแล้ว ไม่ทันจะถึงบ่ายโมง เราก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด เขาเอาอะไรมาจ่อที่จมูกให้เราสูดลมให้ใจเข้า แล้วไม่ถึงนาทีก็ชักมึน ๆ

ลาอิลาหะอิลลัลลอหฺ มุฮัมมะดุรรอซูลุลลอฮฺได้สามครั้ง

กระพริบตา แล้วก็ปิดตาไปเลย ราว 3 วินาที

มีคนมาตบมือเรียกชื่อให้ตื่น เปิดตาดู อ้าว ทำไมมาอยู่อีกห้อง มีนางพยาบาลเดินไปมา มีคนไข้ในห้องหลายคน พยายามเงยหัวหานาฬิกา นั่นไง 16.25 อ้าว?

สามชั่วโมงกว่า เหมือนสามวินาที มันรู้สึกสบายเหมือนเกิดใหม่ ปากก็พึมพำ อัลหัมดุลิลลาฮิ ละซี อะหฺยานา บะอฺดะมา อะมาตะนา วะอิลัยฮิน นุชูร

ท้องตัวเองถูกผ่าออกแล้ว

ทีนี้ล่ะ ทุกชีวิตที่ผ่านไป มันยิ่งเจ็บปวด

เช้ามา เดินเหมือนคนพิการ แต่ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น พยาบาลมาบอกว่าวันนี้จะได้กลับตอนบ่าย ก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้า พอจะใส่รองเท้า ก็หาถุงเท้าไม่เจอ

เพราะพวกพยาบาลตอนเก็บของ ไม่ได้เก็บถุงเท้าให้ มันก็อยู่ห้องอื่น ชั้นอื่น ก็ต้องกลับไปแบบไม่ต้องใส่ถุงเท้า แต่มานั่งคิดว่าเออหนอ มีอะไรบ้าง ที่เขาใช้แค่ครั้งเดียว

มงกุฏของกษัตริย์ที่ใช้ในวันเสวยราชย์หรือ? เอ คงจะใช้ได้หลายครั้ง และถ้าพ่อตาย ลูกก็เอามาใส่ต่อไปอีก

ถ้าอย่างนั้นก็คือผ้ากะฝั่นที่ใช้หุ้มศพ ซึ่งใช้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น