27 มกราคม 2554

ซะกะรียา ผู้วิงวอนขอบุตรจากอัลลอฮฺ

นบีซะกะรียาในอัลกุรอาน

{3:37} แล้วพระเจ้าของนางก็ทรงรับมัรยัมไว้อย่างดี และทรงให้นางเจริญวัยอย่างดี และได้ทรงให้ซะกะรียาอุปการะนาง คราใดที่ซะกะรียาเข้าไปหานางที่ห้องสักการะ เขาก็พบปัจจัยยังชีพอยู่กับนาง เขากล่าวว่า "โอ้ มัรยัมเอ๋ย! เธอได้สิ่งนี้มาอย่างใด?" นางกล่าวว่า "มันมาจากที่อัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์โดยไม่จำกัด"

{3:38} ณ ที่นั่น ซะกะรียาได้วิงวอนต่อพระเจ้าของตนโดยกล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดประทานบุตรที่ดีสักคนแก่ข้าฯ มาจากพระองค์ แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยินคําวิงวอน"

{3:39} และมะลาอิกะฮฺได้เรียกเขาขณะที่เขากําลังยืนนมาซอยู่ในห้องสักการะว่า "แท้จริงอัลลอหฺทรงแจ้งข่าวดีแก่ท่าน ถึงยะหฺยา โดยที่จะเป็นผู้ยืนยันพจมานหนึ่งจากอัลลอฮฺ และจะเป็นผู้นำ และผู้รักษาไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ และเป็นนบีคนหนึ่งจากหมู่ชนที่เป็นคนดี"

{3:40} (ซะกะรียา)กล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! ข้าฯจะมีบุตรได้อย่างใด ขณะความชราภาพได้มาถึงข้าฯแล้ว และภรรยาของข้าฯก็เป็นหมันด้วย" พระองค์ตรัสว่า "กระนั้นก็ตามอัลลอฮฺจะทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงประสงค์"

{3:41} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดบันดาลให้มีอภินิหารสัญญาณหนึ่งให้แก่ข้าฯด้วยเถิด พระองค์ตรัสว่า "อภินิหารสัญญาณของเธอนั้น คือเธอไม่อาจจะพูดกับผู้คนเป็นเวลาสามวัน นอกจากด้วยการแสดงท่าทางเท่านั้น และจงรำลึกถึงพระเจ้าของเธอให้มาก และจงกล่าวสดุดีพระพิสุทธิคุณทั้งในยามเย็นและยามเช้า"

ในขณะที่ซะกะรียามีอายุ 120 และภริยามีอายุ 98 ปี ซะกะรียาได้วิงวอนขอจากอัลลอฮฺให้พระองค์ได้ทรงประทานทายาท ในซูเราะหฺมัรยัม มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

{19:2} (นี่คือ) การกล่าวถึงเมตตาธรรมแห่งพระเจ้าของเธอ ที่มีต่อซะกะรียาบ่าวของพระองค์

{19:3} เมื่อเขาวิงวอนต่อพระเจ้าของตนด้วยการวิงวอนอย่างแผ่วเบา

{19:4} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! แท้จริง กระดูกของข้าฯอ่อนลง และศีรษะนั้นมีหงอกออกประกาย และไม่เคยปรากฏเลยว่า การวิงวอนของข้าฯต่อพระองค์นั้นไร้ผล พระเจ้าของข้าฯ!"

{19:5} และแท้จริงข้าฯกลัวลูกหลานของข้าฯภายหลังข้าฯ และภริยาของข้าฯก็เป็นหมัน ดังนั้น โปรดประทานทายาทที่ดีจากพระองค์ให้แก่ข้าฯด้วยเทอญ"

{19:6} ผู้ซึ่งจะเป็นทายาทสืบแทนข้าฯและสืบแทนจากตระกูลของยะอฺกูบ และโปรดให้เขาเป็นที่โปรดปรานด้วยเถิด พระเจ้าของข้าฯ!"

{19:7} "ดูกร ซะกะรียา! แท้จริงเราจะแจ้งข่าวดีแก่เธอซึ่งลูกคนหนึ่ง ชื่อของเขาคือยะฮฺยา เราไม่เคยตั้งชื่อนี่แก่ผู้ใดมาก่อนเลย"

{19:8} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! ข้าฯจะมีบุตรได้อย่างใด? ในเมื่อภริยาของข้าฯก็เป็นหมัน และข้าฯได้บรรลุสู่ความแก่ชราแล้ว!"

{19:9} เขากล่าวว่า กระนั้นก็ดี พระเจ้าของเธอได้ตรัสว่า "มันง่ายสำหรับฉัน เพราะฉันได้บังเกิดเธอมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เธอยังไม่ได้เป็นสิ่งใด"

{19:10} เขากล่าวว่า "พระเจ้าของข้าฯ! โปรดบันดาลให้มีสัญญาณแก่ข้าฯด้วย" พระองค์ตรัสว่า "สัญญาณของเธอคือ เธอไม่อาจจะพูดกับผู้คนเป็นเวลาสามราตรีติดต่อกัน"

{19:11} แล้วเขาได้ออกจากมิหฺรอบมายังหมู่ชนของตน และเขาได้ชี้ใบ้แก่พวกของเขาว่า พวกเธอจงกล่าวสดุดีในยามเช้าและยามเย็น

นัมรูด กษัตริย์ผู้โอหัง

กษัตริย์นัมรูดแห่งอาณาจักรบาบิโลน (ภาษาฮิบรู: נִמְרוֹד /นิมโรด/, ภาษาอาหรับ: نمرود‎ /นัมรูด, นิมรูด/) มีชีวิตราว 2000 ปีก่อนคริสตศตวรรษ เป็นกษัตริย์ผู้อ้างว่าตนเป็นพระผู้เป็นเจ้า

นัมรูดได้ก่อตั้งนครบาบิโลนและเมืองอื่น ๆ อีกหลายเมือง และได้บัญชาให้ประชาราษฎรเคารพสักการะตน พร้อม ๆ กับการเคารพสักการะเจว็ดและรูปปั้นต่าง ๆ เมื่อนัมรูดเรียกนบีอิบรอฮีมมาสอบสวน เรื่องของการเคารพสักการะอัลลอหฺพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียว เขาก็ได้โต้แย้งอิบรอฮีมว่า ตนก็เป็นพระเจ้าที่สามารถให้ผู้คนมีชีวิตหรือตายได้ ด้วยการสั่งให้นำนักโทษมาสองคน คนหนึ่งนัมรูดสั่งให้ประหารชีวิต อีกคนหนึ่งให้ปล่อยตัวไป นบีอิบรอฮีมจึงท้าให้นัมรูดด้วยการบอกว่า อัลลอฮฺทรงนำดวงอาทิตย์มาทางทิศตะวันออก ถ้านัมรูดมีความสามารถจริง ก็จงนำดวงอาทิตย์มาทางทิศตะวันตก นัมรูดจึงอึ้ง ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

หลังจากที่อิบรอฮีมได้ทำลายเทวรูปต่าง ๆ ในวิหารของชาวบาบิโลน อิบรอฮีมถูกนำตัวมาต่อหน้านัมรูด เพื่อรับการลงโทษ ด้วยการถูกโยนเข้าไปในกองไฟ แต่อิบรอฮีมได้รับการคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ทรงบันดาลไม่ให้อิบรอฮีมเผาไหม้หรือรู้สึกร้อนเลย

นัมรูดหลงคิดว่าตนจะมีอายุยาวนาน จึงสร้างเมืองใหม่ มีเวียงวังที่ประดับด้วยเงินทองและอัญมณี อันเปรียบเหมือนสวรรค์บนโลก เมื่อสร้างเสร็จ นัมรูดก็พาบริวารและไพร่พลเดินทางเพื่ออพยพไปยังที่พำนักแห่งใหม่ แต่แล้วนัมรูดก็ตายลง สาเหตุเพราะมียุงเข้าไปกัดในโพรงจมูก

"นัมรูด"ในอัลกุรอาน

{2:258} เธอไม่เห็นดอกหรือ ผู้โต้เถียงกับอิบรอฮีมในเรื่องพระเจ้าของเขา? ซึ่งอัลลอฮฺได้มอบอํานาจการปกครองแก่เขา เมื่ออิบรอฮีมได้กล่าวว่า "พระเจ้าของฉันทรงประทานชีวิต และทรงประทานความตาย" เขากล่าวว่า "ข้าก็ให้ชีวิตและให้ความตายได้" อิบรอฮีมกล่าวว่า "อัลลอฮฺทรงนำดวงอาทิตย์มาจากบูรพทิศ ดังนั้นท่านจงนำมันมาจากประจิมทิศเถิด" พลันผู้ที่ปฏิเสธนั้นก็อึ้งงง และอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้นำแก่กลุ่มชนที่อธรรม