31 กรกฎาคม 2552

คนที่สละโลกนี้ และมุ่งหวังในโลกหน้า


คืนหนึ่งเนาฟฺ อัลบิกาลีย์ เห็นท่านอะลีย์เดินออกจากที่นอน แล้วมองดูดาว ท่านกล่าวแก่เนาฟฺว่า "โอ้เนาฟฺ เธอหลับหรือตื่นอยู่กันแน่?" เนาฟฺตอบว่า "ข้าพเจ้าตื่นอยู่ขอรับ" ท่านอะลีย์กล่าวว่า "โอ้เนาฟฺ ช่างโชคดีเสียจริงหนอคนที่สละโลกนี้ และมุ่งหวังในโลกหน้า พวกเขาคือชนผู้ที่เอาแผ่นดินเป็นเสื่อ เอาทรายเป็นเบาะ เอาน้ำเป็นน้ำหอม เอาอัลกุรอานเป็นเอกลักษณ์ เอาคำวิงวอนเป็นสัญลักษณ์ แล้วเอาโลกนี้ให้คนอื่นยืมไป เอาแบบอย่างของอัลมะซีฮฺ โอ้เนาฟฺ แท้จริงดาวูดเคยตื่นในยามค่ำคืนเช่นนี้" แล้วท่านยังกล่าวอีกว่า "ที่จริงมันเป็นเวลา ซึ่งถ้าบ่าวคนใดวิงวอนขอ จะได้รับการตอบสนอง ยกเว้นเจ้าหน้าที่ศุลกากร สายลับ ตำรวจ หรือนักดนตรีเล่นพิณตีกลอง"

อัลมะซีฮฺ ก็คือนบีอีซา (มาซิอาห์ หรือเยซู) ผู้สอน

ดาวจากฟ้าที่ตกใส่ท้องหญิงคนนึง

พอน้องคนหนึ่งอ่านบทกวี

จุดเทียนกลางทิวา หาปัญญาที่หล่นหาย
ดาวหนึ่งส่องแสงพราย แม้จันทร์ฉายยังมองเห็น
จุดเทียนส่องกลางใจ ฟากฟ้าไกลยังร่มเย็น
ตาบอดแต่มองเห็น เพราะใช้จิตพินิจความ

ที่ผ่านมา ก็คอมเมนท์มาพร้อมแสดงความดีใจ(เสียใจมากว่า)ที่ข้าพเจ้าแก่ไปอีกปี น้องเขาคอมเมนท์ว่า

"วันนี้ดาวจากฟ้าที่ตกใส่ท้องหญิงคนนึง ไม่ได้ดับลง เมื่อตกสู่ดิน แต่กลับส่องแสงเจิดจรัสมากและมากยิ่งขึ้น ลองจินตนาการถึงความสวยงามเมื่อมองดาวบนฟ้า ถึงแม้แสงของมันจะสู้แสงของ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่ได้ หรือให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าดวงอาทิตย์ แต่ก็ยังประโยชน์แก่ผู้ที่แสวงหาประโยชน์จากมัน มันให้ความชื่นชมแก่ผู้เฝ้ามอง ขับไล่ชัยฏอนความชั่วร้าย เป็นเครื่องชี้นำทางแก่ผู้เดินทาง วันนี้เป็นวันดีที่จะรำลึกถึง ดาวดวงนั้นที่ไม่ต้องแหงนมองดูอีกต่อไปเมื่อมันลงมาส่องแสงบนดิน"

อ่านคำพูดที่น้องเขาเขียนก็ละอายแก่ใจ เห็นว่าเราเป็นดาว ก็เลยนึกถึงคำแปลของซัยยิดุนา อะลีย์ บินอะบีฏอลิบ ที่กล่าวว่าเมื่อมีผู้สรรเสริญท่านต่อหน้า ท่านจึงกล่าวว่า "โอ้อัลลอหฺ พระองค์ทรงทราบเกี่ยวกับตัวข้าฯ ยิ่งกว่าข้าฯเอง และข้าฯรู้เกี่ยวกับตัวข้าฯเองยิ่งกว่าพวกเขา โอ้อัลลอหฺ ขอพระองค์ได้ทรงบันดาลให้มีความดีเกิดขึ้นแก่พวกข้าฯ อย่างที่พวกเขาคิด และขอพระองค์ได้ทรงอภัยแก่พวกข้าฯในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้" (จาก สยามิค)

แหม จะไปขับไล่ชัยฏอนได้ไง? มันเล่นเกาะบ่าอยู่ไม่ยอมไปไหน แถมยังจี้งวงของมัน ที่คมยิ่งกว่าเข็มของยุง เข้าในที่คอ เสียบเข้าไปถึงหัวใจ แค่เรานึกอะไร มันก็รู้แล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันศัตรู ก็ยังยอมให้มันหลอกด้วยความเต็มใจ ทั้ง ๆ ที่ท่องจำพระโองการต่าง ๆ ที่บอกว่า ชัยฏอนนั้นเป็นศัตรู

เป็นดาว? ดาวหาวเหรอ?

การแบ่งมรดกในอิสลาม


อัลกุรอานได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแบ่งมรดก ซึ่งบุคคลที่อัลกุรอานกำหนดว่าจะได้รับมรดกคือบุคคลดังต่อไปนี้

1. สามี
2. ภรรยาหรือบรรดาภรรยา
3. บุตร
4. ธิดา
5. บิดา
6. มารดา
7. ปู่ หากผู้ตายไม่มีบิดา
8. ย่า ยาย หากผู้ตายไม่มีมารดา
9. พี่น้องของบิดา หากผู้ตายไม่มีบิดา
10 พี่น้องของมารดา หากผู้ตายไม่มีมารดา
11. พี่น้องของผู้ตาย ร่วมบิดามารดา หากผู้ตายไม่มีบุตร
12. พี่น้องร่วมบิดาของผู้ตาย หากผู้ตายไม่มีบุตรและไม่มีพี่น้องร่วมบิดามารดา
13. พี่น้องร่วมมารดาของผู้ตาย หากผู้ตายไม่มีบุตร ไม่มีพี่น้องร่วมบิดามารดา และไม่มีพี่น้องร่วมบิดา

รายละเอียดของกฏหมายมรดกสามารถอ่านได้ในหนังสือฟิกหฺต่าง ๆ

30 กรกฎาคม 2552

รู้วิธีการทำสงคราม หรือว่ารู้ว่าจะมีสงคราม

เมื่อวานทั้งวันมัวแต่แปลซูเราะหฺอาลุอิมรอน ก็ยังไม่จบสักที มาถึงโองการ



นักตัฟซีรเข้าใจประโยคนี้ได้สองแง่ หนึ่งหมายความว่า "หากเรารู้การสู้รบ (สู้รบเป็น) เราก็คงตามพวกท่านไปด้วยแล้ว" สอง "หากเรารู้ว่าจะเกิดการสงครามจริง เราก็คงตามพวกท่านไปด้วยแล้ว (นึกว่าไม่มีสงคราม จึงไม่ได้ไปด้วย)" ตำราตัฟซีรต่าง ๆ รายงานว่า อับดุลลอหฺ บินอุบัยย์ บินสะลูล หัวหน้าพวกสัปหลับในนครมะดีนะหฺ พูดคำว่า "เลา นะอฺละมุ กิตาลัน ลัตตะบะอฺนากุม" เพื่อแก้ตัว หลังจากที่ได้สั่งการให้พรรคพวกประมาณ 300 นาย ถอยทัพกลับจากสงครามอุฮุด

คำแปลของข้าพเจ้าจึงออกมาในรูปนี้

{3:167} และเพื่อพระองค์จะทรงได้รู้จักผู้ที่กลับกลอก และได้ถูกกล่าวแก่พวกเขาว่า
"จงมาต่อสู้ในทางของอัลลอหฺกันเถิด หรือไม่ก็จงป้องกัน"
พวกเขากล่าวว่า "หากเรารู้การสู้รบ เราก็คงตามพวกท่านไปแล้ว"
ในวันนั้นพวกเขาอยู่ใกล้กับการปฏิเสธศรัทธายิ่งกว่าการศรัทธา
พวกเขาพูดสิ่งที่ไม่มีอยู่ในหัวใจของตนนั้นกับปาก
และอัลลอหฺนั้นทรงรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเขาปกปิดกัน

ครุ่นคิดเป็นชั่วโมง เพื่อคำ ๆ เดียว

ไม่ใช่ว่า พอมีคนแปลมาแล้วหลายคน จะช่วยให้คุณแปลอัลกุรอานได้ง่ายขึ้นเสมอไป บางครั้งคุณต้องนั่งคิดเป็นชั่วโมง กว่าจะหาคำที่คุณต้องการมาได้ เมื่อวานซืนปิดคอมพิวเตอร์แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าจะแปลว่าอย่างไร จึงรีบเขียนคำนั้นลงบนแผ่นกระดาษ Post It (ของปลอม) แล้วแปะติดที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไปละหมาดศุบฮฺ แล้วนอน ตื่นเช้ามาจึงไปค้นหาความหมายในตำราตัฟซีร ก็พบว่าความหมายเป็นอย่างที่เราจะคิดจริง โองการที่กำลังแปลนั้นคือ {3:122}

ซึ่งสมาคมศิษย์เก่าแปลว่า
122. จงรำลึกถึงขณะที่สองกลุ่มในหมู่พวกเจ้ารู้สึกอ่อนแอและขลาด และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงคุ้มครองทั้งสองกลุ่มนั้นไว้ แด่อัลลอฮฺมุมินทั้งหลายจงมอบหมายเถิด
มานั่งคิดว่า คำแปลดังกล่าวมันห่างจากแม่บทไปหน่อย ในที่สุดเราก็เลยตัดสินใจแปลอย่างนี้:

{3:122} จงรำลึกขณะที่สองกลุ่มในหมู่พวกเธอมัวแต่กังวลว่าจะล้มเหลว
และอัลลอหฺทรงเป็นพระผู้ทรงคุ้มครองทั้งสองกลุ่มนั้นไว้
และต่ออัลลอหฺนั้น ศรัทธาชนจงไว้วางใจ

จุดเทียนกลางทิวา หาปัญญาที่หล่นหาย

เมื่อเขียนประโยคเป็นร้อยแก้วหนึ่งบาทว่า "จุดเทียนกลางทิวา หาปัญญาที่หล่นหาย" ใน hi5.com หลายวันมาแล้ว วันนี้น้องนักปราชญ์คนหนึ่งต่ออีกสามบาท กลายเป็นบทกวีที่ไพเราะเพราะพริ้ง สมแก่การเขียนด้วยน้ำหมึกทองคำ

จุดเทียนกลางทิวา หาปัญญาที่หล่นหาย
ดาวหนึ่งส่องแสงพราย แม้จันทร์ฉายยังมองเห็น
จุดเทียนส่องกลางใจ ฟากฟ้าไกลยังร่มเย็น
ตาบอดแต่มองเห็น เพราะใช้จิตพินิจความ
...
อ้าว น้องนักปราชญ์เขาส่งอะไรมาอีก การ์ดวันเกิดหรือ? วันเกิดใคร? อ้าว นึกได้วันเกิดเราเอง แก่อีกปีหรือนี่

27 กรกฎาคม 2552

เหรียญดีนาร์ในอัลกุรอานจะแปลว่าอย่างไร

{3:75} และในหมู่ชาวคัมภีร์นั้น มีผู้ที่หากเธอฝากทองคำมากมายก่ายกองไว้กับเขา เขาก็จะคืนมันแก่เธอ และในหมู่พวกเขานั้น มีผู้ที่หากเธอฝากเหรียญดีนาร์เพียงเหรียญเดียว เขาก็จะไม่คืนมันแก่เธอ นอกจากเธอจะยืนเฝ้าคอยทวงจากเขา ..."

เหรียญดีนาร์ในสมัยนบีมุหัมมัดทำด้วยแร่เงินบริสุทธิ์มีน้ำหนักประมาณ 3 กรัม ซึ่งเป็นเหรียญที่ผลิตในอาณาจักรเปอร์เซีย แต่ชื่อดีนาร์นั้นมาจากภาษาละติน denarius เหรียญดีนาร์เพิ่งจะมาทำด้วยทองคำมีน้ำหนัก 4.25 กรัม ในปี ฮ.ศ. 77 ในสมัยของอับดุลมะลิก บินมัรวาน คอลีฟะหฺอาณาจักรอุมัยยะหฺ ส่วนเหรียญที่ทำด้วยเงินนั้นก็เปลี่ยนชื่อไปเรียกว่า ดิรฮัม ตามภาษากรีก แต่ยังคงรักษาน้ำหนักเดิม


เหรียญเงินจากอาณาจักรซาซานียะหฺ (เปอร์เซีย) ผลิตในสมัยการปกครองของคุสเราที่สอง (กิสรอ)
เป็นเหรียญที่ใช้ในสมัยนบีมุฮัมมัด

ค่าของเงินดีนาร์ ในสมัยนบีมุหัมมัดจึงเป็นเงินเพียงเล็กน้อย ซื้อไก่ได้หนึ่งตัว ค่าของดีนาร์ในสมัยนบี (เงิน 3 กรัม) มีค่าในปัจจุบัน (ปี 2009) เป็นเงิน 1.35 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 45 บาท ในขณะที่ดีนาร์ทองคำในสมัยอุมะวียะหฺและอับบาสียะหฺ มีค่าในปัจจุบันประมาณ 124 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4250 บาท อัลกุรอานมีจุดประสงค์จะบอกว่า พวกยิวที่คดโกงนั้น แม้ฝากเงินเหรียญแค่เหรียญเดียว ก็ไม่ยอมคืนให้แก่เจ้าของ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่เป็นการถูกต้องที่จะแปลโองการนี้ว่า "เหรียญทองคำ" อย่างที่เขาแปลกัน ข้าพเจ้าจึงแปลว่า "เหรียญดีนาร์"

25 กรกฎาคม 2552

อัลกุรอานทองคำ




อัลกุรอานทองคำเขียนด้วยตัวอักษรกูฟีย์โบราณ

19 กรกฎาคม 2552

อัลกุรอานจากมอรอคโค




อัลกุรอานจากมอรอคโค เป็นศิลปะที่งดงามที่แตกต่างอีกแบบหนึ่ง อัลกุรอานเล่มนี้เขียนในปี ฮ.ศ. 1086

เสียงที่เคาะใจข้าพเจ้า



ช่างประทับใจเหลือเกิน เมื่อได้ฟังเด็กหนุ่มคนนี้อ่านพระดำรัสของอัลลอหฺ ความหมายของพระโองการเหล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้าต้องนั่งคิดหลายวัน

ความหมายของโองการที่อ่านโดย อะลีย์ อักบัร ลุฏฟีย์ ปูร ในวิดิโอ


{3:189} และอํานาจแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินนั้นเป็นสิทธิของอัลลอหฺ และอัลลอหฺนั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง
{3:190} แท้จริงในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน และการสับเปลี่ยนของทิวาและราตรีนั้น เป็นนานาสัญญาณสำหรับผู้มีปัญญา
{3:191} คือบรรดาผู้ที่รำลึกถึงอัลลอหฺทั้งในสภาพยืน และนั่ง และในสภาพที่นอนตะแคง และพวกเขาพินิจพิจารณากันในการสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดิน "โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ พระองค์มิได้ทรงสร้างสิ่งนี้มาโดยไร้สาระ พระพิสุทธิคุณแห่งพระองค์ โปรดคุ้มครองพวกข้าฯให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด"
{3:192} "โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ แท้จริงผู้ใดที่พระองค์ทรงให้เข้าไฟนรก
แน่นอนพระองค์ก็ยังความอัปยศแก่เขาแล้ว และสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้น ย่อมไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ"
{3:193} "โอ้พระเจ้าของพวกข้าฯ ! แท้จริงพวกข้าฯได้ยินผู้ประกาศเชิญชวนผู้หนึ่งกําลังประกาศเชิญชวนให้มีการศรัทธาว่า "พวกเธอจงศรัทธาต่อพระเจ้าของพวกเธอเถิด" แล้วพวกข้าฯก็ศรัทธากัน โอ้ พระเจ้าของพวกข้าฯ! โปรดทรงอภัยบรรดาโทษของพวกข้าฯ แก่พวกข้าฯด้วยและโปรดลบล้างให้พ้นจากพวกข้าฯ ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้าฯและโปรดทรงให้พวกข้าฯสิ้นชีวิตโดยร่วมอยู่กับบรรดาผู้ที่เป็นคนดีด้วยเถิด"
{3:194} "โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ ! และได้โปรดประทานแก่พวกข้าฯสิ่งที่พระองค์ได้สัญญาไว้แก่พวกข้าฯโดยผ่านบรรดาศาสนทูตของพระองค์และโปรดอย่าได้ทรงยังความอัปยศแก่พวกข้าฯในวันปรโลกเลย แท้จริงพระองค์นั้นไม่ทรงผิดสัญญา"

เสียงอันอ่อนหวาน อ่านอัลกุรอาน

เสียงจากคัมภีร์อมตะ

18 กรกฎาคม 2552

อัลกุรอานกูฟีย์



อัลกุรอานเขียนด้วยอักษรอาหรับกูฟีย์ ราวฮิจญ์เราะห์ศตวรรษที่ 3-4 (อายุราว 1000 ปี) เขียนด้วยหมึกและทองคำบนหนังสัตว์

อัลกุรอานอุษมานียะฮฺ (ออตโตมัน)



อัลกุรอานที่เขียนด้วยมือในสมัยออตโตมัน ความงดงามอยู่ในขั้นธรรมดา มีอายุประมาณ 200 ปี

16 กรกฎาคม 2552

น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา

"น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา" สุภาษิตที่ไม่มีวันล้าสมัย เป็นสุภาษิตที่ผมอยากจะเขียนด้วยหมึกทองคำตั้งไว้ที่บ้าน เพราะมันสัจจะที่แน่นอน อะลีย์ บินอะบีฏอลิบ บรมสาวกแห่งศาสดาอิสลาม กล่าวว่า "วันหนึ่งเป็นทีของเรา วันหนึ่งเป็นทีบนตัวเรา"

สุภาษิตไทยอีกข้อหนึ่งที่คล้าย ๆ กัน ก้องอยู่ในใจเมื่อโกรธใครสักคน "ทีมึงกูไม่ว่า แต่ทีข้ามึงอย่าโวย"

สภาษิตดังกล่าวทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าจะประสพกับความยากลำบาก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คนร้ายบางคนทำให้เธอต้องยากลำบาก แต่เธอก็ภาวนาว่าสักวันเธอจะต้องรอดพ้นจากความชั่วร้ายของเขา ใช่ วิธีที่จะทำให้พ้นจากเขา ก็คือการไปอยู่โลกอื่นที่ห่างไกล ราวกับว่าคุณตายไปจากเขา เขาก็จะไม่มารังควานคุณอีกต่อไป แล้วเป็นหน้าที่ของคุณที่จะกำจัดความโกรธ ความอาฆาตพยาบาท ออกจากใจคุณ เพราะตราบใดที่ความโกรธ ความอาฆาตพยาบาทยังอยู่ในใจ คุณจะไม่มีวันมีความสุข

เวลาผ่านไปหลายสิบปี ใครจะคิดว่าเด็กที่ถูกแม่มดขับไล่ออกจากบ้าน ที่ไม่มีความอบอุ่นนั้น ได้หายไปจากโลกของแม่มด เวลาผ่านไปหลายสิบปีเด็กคนนั้นได้กลายเป็นคน ๆ หนึ่ง ที่ยืนหยัดบนเท้าของตัวเอง และได้กลายเป็น"มนุษย์"คนหนึ่ง ผู้ได้รับความสำเร็จในชีวิตในโลกอีกโลกหนึ่ง แม่มดคงฟังข่าวสารต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับตัวเธอ หากแม่มดรู้ว่าวันนี้เด็กคนนั้นจะเป็นอย่างนี้ แม่มดคงไม่ทำร้ายน้ำใจกันถึงขนาดนั้น

การถูกขับไล่ออกจากบ้านที่ไม่มีความอบอุ่น ทำให้เธอได้กลายเป็น "คน" อย่าแท้จริง เพราะโลกภายนอกได้สอนเธอให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางกว่า และรู้จักโลกมากกว่า และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการรู้จักตัวเอง

สุภาษิตไทยอีกข้อหนึ่งที่คล้าย ๆ กัน ก้องอยู่ในใจเมื่อโกรธใครสักคน "ทีมึงกูไม่ว่า แต่ทีข้ามึงอย่าโวย"

โลกได้สอนเธอให้เห็นคุณค่าของมนุษย์ เธอดีใจที่ดวงใจของเธอมีความเมตตาปราณีหล่อเลี้ยงอยู่ ทุกครั้งที่เธอเห็นคนยากลำบากสวนทางผ่านไป เธอลดสายตาลงต่ำด้วยความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของเขา เขาเป็นสิ่งที่ถูกพระเจ้าสร้างเหมือนกับเธอ เราไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย นอกจากความรู้สึกนึกคิดและมุมมอง ยากจน หรือร่ำรวย เราก็จะตายสลายเป็นดินเหมือนกัน ลดสายตาลงต่ำด้วยความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ของเขา เขาเป็นสิ่งที่ถูกพระเจ้าสร้างเหมือนกับเธอ เราไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันเลย นอกจากความรู้สึกนึกคิดและมุมมอง ยากจน หรือร่ำรวย เราก็จะตายสลายเป็นดินเหมือนกัน

เมื่อเธอปล่อยวางได้แล้ว เธอก็ได้ไต่ขึ้นไปข้างบนแล้วหนึ่งขั้น

ระดับการศรัทธานั้นมีเป็นพันขั้น จงพยายามไต่ขึ้นอีกต่อไป