เมื่ออายุ 10 ขวบ พ่อจะเดินทางไกล ไม่ทราบว่าเมือไหร่จะกลับมา สิ่งที่ข้าพเจ้าขอจากท่านด้วยน้ำตา คือไดอารี่รายวันปกสีน้ำเงินสำหรับนักธุรกิจ แม้เล่มนั้นจะไม่ได้บันทึกอะไรที่สำคัญมากนัก แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการบันทึกแล้วพ่อก็ไม่กลับมาหาอีกเลยตลอดชีวิต
เริ่มมาเขียนไดอารี่อย่างจริงจังเมื่ออายุ 15 บันทึกความทุกข์ยากของต่างแดน ห่างจากบิดามารดา ช่วงนั้นได้ความรู้มาว่า คนที่บันทึกจดหมายเหตุจะประสพความสำเร็จในชีวิต ก็บันทึกมาตลอด จนกระทั่งปัจจุบันแต่ปัจจุบันจะบันทึกตอนขยัน หรือตอนเบื่อนั่งบนเครื่องบินก่อนจะหลับแล้วเพราะความเห่อไดอารี่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก็กลายเป็นคนที่ชอบ Filofax แต่เมื่อไหร่เข้าไปในร้านขายฟิโลแฟ็กซ์ ก็จะท่องคาถาว่า ที่บ้านมีอยู่แล้ว ใช้หนึ่งชาติก็ไม่หมด
เดินแถวนิวบอนด์สตรีทในลอนดอน ก็แอบเข้าไปชมไดอารี่ในร้านแม่ของ Filofax ด้วยความรู้สึกเหมือนกับว่าเออมาถึงที่แล้ว ที่รักถ้าคุณต้องการจะสำเร็จในชีวิต คุณต้องมี Filofax ในมือการบันทึกคือสถิติ เหมือนกับการเดินเรือ กัปตันต้องบันทึก เรือจะได้ไม่หลงในมหาสมุทร
ถ้าสิบปีต่อมา คุณอ่านไดอารี่ของคุณ แล้วคุณรู้สึกอยากจะฉีกทิ้งเพราะเหตุผลอะไรสักอย่าง อย่าเพิ่งฉีกทิ้ง ค่อยกลับมาอ่านใหม่อีกสิบปีข้างหน้า แล้วก็อย่าฉีกทิ้ง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น