ปรารถนาที่จะเป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ พระผู้ทรงเมตตาใช่ไหม? เป็นบ่าวผู้จะได้เข้าสวรรค์ตามที่พระองค์สัญญาไว้ และได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติใช่ไหม?
นั่นก็คือมนุษย์ผู้ที่มีคุณสมบัติดั่งโองการ {25:63-76}ได้ระบุไว้
{25:63} และบรรดาบ่าวของพระผู้ทรงเมตตาคือ บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยมและเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าว "ศานติ"
{25:64} และบรรดาผู้ใช้เวลาราตรี เพื่อกราบและยืน(นมาซ)ต่อพระเจ้าของพวกเขา
{25:65} และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ! โปรดขจัดการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากพวกข้าฯ แท้จริงการลงโทษของมันนั้นอมตะนิรันดร์"
{25:66} แท้จริงมันเป็นที่อยู่และที่พำนักอันเลวร้ายยิ่ง
{25:67} และบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ ทว่าอยู่สายกลางระหว่างนั้น
{25:68} และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิต ซึ่งอัลลอหฺทรงห้ามไว้เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้นเขาจะพบกับความบาป
{25:69} การลงโทษในวันฟื้นคืนชีพจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะถาวรอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ
{25:70} เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวและศรัทธาและประกอบการงานที่ดีเขาเหล่านั้นแหละอัลลอหฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอหฺทรงเป็นพระผู้ทรงอภัย พระผู้ทรงปรานีเสมอ
{25:71} และผู้ใดกลับเนื้อกลับตัวและกระทำความดี แท้จริง เขากลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอหฺอย่างจริงจัง
{25:72} และบรรดาผู้ไม่เป็นพยานในการเท็จ และเมื่อพวกเขาผ่านเรื่องไร้สาระ พวกเขาผ่านไปอย่างมีเกียรติ
{25:73} และบรรดาผู้ที่เมื่อถูกกล่าวเตือนให้รำลึกถึงโองการทั้งหลายของพระเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะไม่ผินหลังให้เป็นสภาพเช่นคนหูหนวกตาบอด
{25:74} และบรรดาผู้ที่กล่าวว่า "พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าฯ! โปรดประทานความชื่นตา ให้แก่พวกข้าฯ จากคู่ครองของพวกข้าฯและลูกหลานของพวกข้าฯ และทรงทำให้พวกข้าฯเป็นผู้นำแก่บรรดาผู้ยำเกรง"
{25:75} เขาเหล่านั้นจะได้รับการตอบแทน ในการที่พวกเขาอดทน และพวกเขาจะได้พบการกล่าวคําต้อนรับและศานติ
{25:76} โดยพำนักอยู่ในนั้นอย่างถาวร เป็นที่พำนักและที่อาศัยอันอภิรมย์
ข้อคิดที่ได้จากโองการ {25:63-76} ดังกล่าวมีดังต่อไปนี้
ก) คุณสมบัติของบรรดามนุษย์ผู้ที่จะได้รับการยอมรับ ว่าเป็นบ่าวพระผู้ทรงเมตตามี 7 ประการ
1. อ่อนน้อมถ่อมตน หากมีคนเขลาเบาปัญญามาถากถาง เยาะเย้ย ก็จะตอบไปว่า "สันติ" ดู {25:63}
2. มนุษย์ผู้ลุกขึ้นนมาซตะฮัจญุดในยามค่ำคืน ในขณะที่ผู้คนอื่นหลับไหล ดู {25:64}
3. มนุษย์ผู้เชื่อว่า วันแห่งการตัดสินมีจริง และผู้ประพฤติผิดต้องถูกลงโทษด้วยไฟนรก ดังนั้นพวกเขาจึงหวาดกลัวต่อไฟนรก จึงวิงวอนขอจากอัลลอฮฺให้พวกตนรอดพ้นจากการลงโทษ ดู {25:65-66}
4. มนุษย์ผู้มัธยัสถ์ ไม่สุรุ่ยสุร่ายและไม่ตระหนี่ถี่เหนียว {25:67}
5. มนุษย์ที่ไม่ประกอบบาปมหันต์ต่าง เช่น การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ การฆ่าคนโดยผิดกฎบัญญัติ การผิดประเวณี การให้การเท็จ ดู {25:68-72}
6. บรรดาผู้ที่ไม่สนใจต่อคำพูดที่ไร้สาระ ตัวอย่างคำพูดที่ไร้สาระเช่น การพูดถกกันในเรื่องราวที่ไม่มีประโยชน์ การดูหนังไร้สาระ การฟังเพลงที่มีเนื้อหาทางโลกีย์ เป็นต้น ดู {25:72}
7. บรรดาผู้ที่วิงวอนขอคุณงามความดีจากอัลลอฮฺ ให้แก่ครอบครัวของตนเอง และมีความตั้งใจอย่างสูงส่ง ที่จะปรังปรุงแก้ไขตนเองให้เป็นผู้ยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีความหวังที่จะได้เป็นแบบอย่างอันดีงาม และเป็นผู้นำแก่บรรดาศรัทธาชนผู้ยำเกรงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยเตาฟีกจากอัลลอฮฺ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงวิงวอนขอให้พระองค์ได้ทรงบันดาลให้พวกเขาได้เป็นดั่งที่พวกเขาหวัง
ข) ผู้ทำบาปมหันต์บางอย่างจะต้องตกนรกนิรันดร โองการ {25:68-69} บอกให้เรารู้ว่า การตั้งภาคีต่ออัลลอหฺ การฆ่ามนุษย์ผู้มีศรัทธา และการทำผิดประเวณี มีโทษหนักเหมือนกันหมด นั่นก็คือจะต้องตกนรกถาวร นอกจากว่าจะสำนึกผิด และลบล้างความผิดด้วยการกระทำคุณงามความดี
1. การตั้งภาคีเป็นบาปอันมหันต์ หากตายไป โดยไม่ได้สำนึกผิด จะต้องตกนรกนิรันดร แม้จะมีคุณงามความดีมากมายก็ตาม
{4:48} แท้จริงอัลลอฮฺ จะไม่ทรงอภัยต่อการตั้งภาคีขึ้นแก่พระองค์ และพระองค์ทรงอภัยให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และผู้ใดตั้งภาคีขึ้นแก่อัลลอหฺแล้ว แน่นอนเขาก็ได้อุปโลกน์บาปกรรมอันใหญ่หลวงขึ้น
{4:116} แท้จริงอัลลอหฺจะไม่ทรงอภัยโทษให้แก่การตั้งภาคีแก่พระองค์ แต่พระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่สิ่งอื่นจากนั้นสำหรับผู้ที่พระองค์ประสงค์ และผู้ใดตั้งภาคีขี้นแก่อัลลอหฺแล้ว แน่นอน เขาก็ได้หลงทางไปแล้วอย่างไกลห่าง
{5:72} ... แท้จริงผู้ใดตั้งภาคีแก่อัลลอฮฺ แน่นอนอัลลอหฺจะทรงให้สวรรค์เป็นที่ต้องห้ามแก่เขา และที่พำนักของเขานั้นคือนรก และสำหรับบรรดาผู้อธรรมนั้นย่อมไม่มีผู้ช่วยเหลือใด ๆ"
2. ฆาตกรผู้สังหารศรัทธาชนจะถูกลงโทษในนรกตลอดกาล อีกทั้งยังถูกอัลลอฮฺทรงโกรธกริ้วและสาปแช่ง {4:93} และผู้ใดสังหารผู้มีศรัทธาโดยจงใจ การตอบแทนแก่เขาก็คือนรกญะหันนัม โดยที่เขาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล และอัลลอหฺก็ทรงกริ้วโกรธเขา และทรงสาปแช่งเขา และได้ทรงเตรียมไว้สำหรับเขาซึ่งการลงโทษอันใหญ่หลวง
3. ผู้ผิดประเวณีจะต้องถูกลงโทษในนรกตลอดกาล มีฐานะไม่ต่างกับพวกผู้ตั้งภาคี ด้วยเหตุนี้จึงห้ามศรัทธาชนแต่งงานกับพวกที่ทำผิดประเวณี {24:3} ชายผู้ผิดประเวณีจะไม่สมรส นอกจากกับหญิงผู้ผิดประเวณีหรือหญิงผู้ตั้งภาคี และหญิงผู้ผิดประเวณีจะไม่มีผู้ใดสมรสกับนาง นอกจากชายผู้ผิดประเวณีหรือชายผู้ตั้งภาคี และสิ่งนั้นเป็นที่ต้องห้ามแก่บรรดาผู้มีศรัทธา
ค) อัลลอฮฺพระผู้ทรงเมตตาทรงอภัยโทษแก่มนุษย์เสมอ หากมนุษย์นั้นสำนึกผิดอย่างจริงจัง แม้ว่าบาปที่เขาทำไปจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่าพระเมตตาของพระองค์ ดู {25:70-71}
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น