31 กรกฎาคม 2552

ดาวจากฟ้าที่ตกใส่ท้องหญิงคนนึง

พอน้องคนหนึ่งอ่านบทกวี

จุดเทียนกลางทิวา หาปัญญาที่หล่นหาย
ดาวหนึ่งส่องแสงพราย แม้จันทร์ฉายยังมองเห็น
จุดเทียนส่องกลางใจ ฟากฟ้าไกลยังร่มเย็น
ตาบอดแต่มองเห็น เพราะใช้จิตพินิจความ

ที่ผ่านมา ก็คอมเมนท์มาพร้อมแสดงความดีใจ(เสียใจมากว่า)ที่ข้าพเจ้าแก่ไปอีกปี น้องเขาคอมเมนท์ว่า

"วันนี้ดาวจากฟ้าที่ตกใส่ท้องหญิงคนนึง ไม่ได้ดับลง เมื่อตกสู่ดิน แต่กลับส่องแสงเจิดจรัสมากและมากยิ่งขึ้น ลองจินตนาการถึงความสวยงามเมื่อมองดาวบนฟ้า ถึงแม้แสงของมันจะสู้แสงของ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ไม่ได้ หรือให้ประโยชน์ได้ไม่เท่าดวงอาทิตย์ แต่ก็ยังประโยชน์แก่ผู้ที่แสวงหาประโยชน์จากมัน มันให้ความชื่นชมแก่ผู้เฝ้ามอง ขับไล่ชัยฏอนความชั่วร้าย เป็นเครื่องชี้นำทางแก่ผู้เดินทาง วันนี้เป็นวันดีที่จะรำลึกถึง ดาวดวงนั้นที่ไม่ต้องแหงนมองดูอีกต่อไปเมื่อมันลงมาส่องแสงบนดิน"

อ่านคำพูดที่น้องเขาเขียนก็ละอายแก่ใจ เห็นว่าเราเป็นดาว ก็เลยนึกถึงคำแปลของซัยยิดุนา อะลีย์ บินอะบีฏอลิบ ที่กล่าวว่าเมื่อมีผู้สรรเสริญท่านต่อหน้า ท่านจึงกล่าวว่า "โอ้อัลลอหฺ พระองค์ทรงทราบเกี่ยวกับตัวข้าฯ ยิ่งกว่าข้าฯเอง และข้าฯรู้เกี่ยวกับตัวข้าฯเองยิ่งกว่าพวกเขา โอ้อัลลอหฺ ขอพระองค์ได้ทรงบันดาลให้มีความดีเกิดขึ้นแก่พวกข้าฯ อย่างที่พวกเขาคิด และขอพระองค์ได้ทรงอภัยแก่พวกข้าฯในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้" (จาก สยามิค)

แหม จะไปขับไล่ชัยฏอนได้ไง? มันเล่นเกาะบ่าอยู่ไม่ยอมไปไหน แถมยังจี้งวงของมัน ที่คมยิ่งกว่าเข็มของยุง เข้าในที่คอ เสียบเข้าไปถึงหัวใจ แค่เรานึกอะไร มันก็รู้แล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันศัตรู ก็ยังยอมให้มันหลอกด้วยความเต็มใจ ทั้ง ๆ ที่ท่องจำพระโองการต่าง ๆ ที่บอกว่า ชัยฏอนนั้นเป็นศัตรู

เป็นดาว? ดาวหาวเหรอ?

1 ความคิดเห็น: